รู้จักอบต.ตลิ่งชัน

หน้าแรก
ประวัติความเป็นมา
วิสัยทัศน์ /พันธกิจ
ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป
ประเพณีวัฒนธรรม
สถานที่สำคัญ
ที่ทำการ อบต.ตลิ่งชัน

นโยบายอบต.ตลิ่งชัน
ยุทธศาสตร์การพัฒนา
ข้อบัญญัติตำบลตลิ่งชัน
ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
แผนพัฒนาตำบล
แผนดำเนินการประจำปี
แผนอัตรากำลัง
สภาอบต.ตลิ่งชัน
โครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ
คณะผู้บริหาร อบต.ตลิ่งชัน
สมาชิกสภา อบต.
สำนักปลัด
ส่วนการคลัง
ส่วนโยธา
ส่วนการศึกษา ศาสนาฯ
ส่วนสาธารณสุขฯ
สภาอบต.ตลิ่งชัน

การแถลงนโยบายต่อสภา
ประกาศกำหนดสมัยประชุมสภาฯ
ประกาศเรียกประชุมสภาฯ
รายงานประชุมผู้บริหารอบต.
รายงานประชุมสภา อบต.ตลิ่งชัน

สภาอบต.ตลิ่งชัน

รายงานการประเมินผลแผน
รายงานการจัดเก็บรายได้
รายงานการเงินประจำปี

ผู้นำ/ตัวแทนชุมชนอบต.ตลิ่งชัน
กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน
อาสาสมัคร อสม.
อาสาสมัคร อปพร.
สภาวัฒนธรรม
สภาเด็กและเยาวชน

อบต.ตลิ่งชัน บริการประชาชน
กองทุนหลักประกันสุขภาพ
ศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียน
ตู้รับความคิดเห็นประชาชน

พรก./พรบ.กฏระเบียบกระทรวง

ระเบียบการรับบริการต่างๆ
สาระน่ารู้/เอกสารเผยแพร่
ผู้ดูแลระบบ
1111
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ
กรมบัญชีกลาง
กรมสรรพากร
กรมจัดหางาน
คลังข่าวมหาดไทย
กรมอุต่วิทยา
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
เช็คอีเมล์
Visited :
เริ่มนับตั้งแต่
วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2556
หน้าหลัก ข่าวประชาสัมพันธ์ กิจกรรม ผลงานอบต สินค้าชุมชน ท่องเที่ยว webboard ติดต่อ
 
 
 
     
 
 

1. วัดป่าเลไลย์วรวิหาร ตั้งอยู่ริมถนนมาลัยแมนทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี  เดิมชื่อวัดลานมะขวิดเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองสุพรรณมาแต่โบราณ ที่หน้าบันของวิหารวัดป่าเลไลย์มีเครื่องหมายพระมหามงกุฏอยู่ระหว่างฉัตรคู่บ่งบอกให้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จธุดงค์มาพบสมัยทรงผนวชอยู่ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ แล้วจึงทรงมาปฏิสังขรณ์ที่วัดนี้ ประชาชนนิยมมานมัสการ "หลวงพ่อโต" ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหาร สูงเด่นเห็นแต่ไกลเป็นพระพุทธรูปปางเลไลย์ศิลปะสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิมีลักษณะประทับนั่งห้องพระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระชานุอีกข้างหนึ่งในท่าทรงรับของถวาย ทุกปีจะมีงานเทศกาลสมโภชและนมัสการหลวงพ่อวัดป่าเลไลยก์ 2 ครั้ง คือ ในวันขึ้น 7-9 ค่ำ เดือน 5
และเดือน 12


   
2. สวนเฉลิมภัทรราชินี  ตั้งอยู่ริมถนนนางพิม เป็นสวนสาธารณะกลางเมืองสุพรรณ สร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถทรงมีพระชนมายุครบ 60 พรรษา มีเนื้อที่ประมาณ 17 ไร่ ในบริเวณสวนแบ่งออกเป็นสัดส่วนมีชุดสวนน้ำพร้อมสไลเดอร์ที่สมบูรณ์แบบ สวนลายไทย สวนดอกไม้ สนามหญ้า สนามเด็กเล่น ผาน้ำตก และลานน้ำพุ ดนตรี เป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงาม ประชาชนนิยมมาเดินเล่นและออกกำลังกายตอน เย็นๆ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์


   
3. หอคอยบรรหารแจ่มใส อยู่อยู่ในสวน เฉลิมภัทรราชินี เป็นหอคอยชิมวิวแห่งแรกและสูงที่สุดในประเทศไทย มองเห็นโดดเด่นกลองเมืองแก่ไกล มีความสูงถึง 123.25 เมตร
   
4. พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสุพรรณบุรี ตั้งอยู่บนถนนสุพรรณบุรี - ชัยนาท (ทางหลวงหมายเลข 340) ตรงข้ามกับศูนย์ราชการ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นส่วนหนึ่งในศูนย์ศิลปวัฒนธรรมภาคตะวันตกจังหวัดสุพรรณบุรี จัดตั้งขึ้นตามโครงการพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติประจำเมือง สนองแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีภายในอาคารนิทรรศการถาวรจัดแสดงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมืองสุพรรณบุรีในอดีต รวมทั้งพัฒนาการของเมืองสุพรรณบุรี และยังรวบรวมผลงานของศิลปินชาวสุพรรณบุรีในสาขาต่าง ๆ อีกมากมาย


5. ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี ห่างจากฝั่งแม่น้ำไปตามถนนมาลัยแมน เจ้าพ่อหลักเมืองนี้เป็นพุทธประติมากรรมสลักบนแผ่นหินแบบนูนต่ำ ในพุทธศาสนาลัทธิมหายานแบบศิลปะเขมร อายุราว พ.ศ.1185 -1250 หรือราว 1300-1400 ปี มาแล้ว มีพระนามว่า พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หรือที่เรียกว่าพระนารายณ์สี่กร เป็นที่เคารพและบูชาทั้งชาวไทยและชาวจีน

6. วัดพระนอนตั้งอยู่ตำบลวิหารแดง เขตเมืองเก่า ริมแม่น้ำสะถรรณบุรีสร้างขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ มีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์สลักจากหินมีลักษณะแปลกกว่าที่อื่น เป็นพระพุทธรูปอยู่ในลักษณะนอนหงาย  ขนาดเท่าคนโบราณ ยาว 2 เมตร ลักษณะคล้ายกับพระนอนที่เมืองกุสินารา ประเทศอินเดีย สถานที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า


7. หอเกียรติยศ ฯพณฯ บรรหาร  ศิลปะอาชา นายกรัฐมนตรี คนที่ 21 ตั้งอยู่บนถนนสุพรรณบุรี-ชัยนาท (ทางหลวงหมายเลข 340) จัดสร้างจากเงินบริจาคของพี่น้องประชาชนจังหวัดสุพรรณบุรีโดยไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการ ภายในจัดแสดง ประวัติและผลงานของ ฯพณฯ บรรหาร  ศิลปะอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ตั้งแต่วัยเด็ก จนกระทั่งได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

8. วัดพระศรีมหาธาตุ ตั้งอยู่บนถนนสมภารคงตำบลรั้วใหญ่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี มีอายุไม่ต่ำกว่า 600 ปี ปรางค์องค์ประธานเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ กรุในองค์พระปรางนี้เป็นต้น กำเนิดพระพิมพ์ผงสุพรรณบุรีที่โด่งดัง อันเป็นหนึ่งใน "เบญจภาคี" พระเครื่องยอดนิยม นักโบราณคดี หลายท่านได้ให้ความเห็นว่าปรางองค์นี้น่าจะเป็นศิลปะการก่อสร้างสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิ